เก็บเงินไว้รักษาตัวเอง vs ซื้อประกันสุขภาพ แบบไหนดีกว่า? เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

 





เก็บเงินไว้รักษาตัวเอง vs ซื้อประกันสุขภาพ แบบไหนดีกว่า? เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

ถ้าวันหนึ่งคุณต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 500,000 บาท คุณจะนำเงินจากที่ไหนมาจ่าย?

บางคนเลือกเก็บเงินไว้รักษาตัวเอง เพราะมองว่าเงินเป็นของเรา ไม่เจ็บป่วยก็ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ขณะที่บางคนเลือกซื้อประกันสุขภาพ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

แล้วระหว่าง การเก็บเงินรักษาตัวเองกับการซื้อประกันสุขภาพ วิธีไหนเหมาะสมกว่ากัน?

ความจริงแล้ว ทั้งสองทางเลือกมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้เหมาะสมกับรายได้ ภาระครอบครัว และความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น

1. เก็บเงินไว้รักษาตัวเอง คืออะไร?

การเก็บเงินไว้รักษาตัวเอง คือการสะสมเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย โดยไม่พึ่งพาความคุ้มครองจากประกันสุขภาพเป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น ตั้งเป้าเก็บเงินไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท และทยอยออมเงินทุกเดือนจนกว่าจะถึงเป้าหมาย

ข้อดีของการเก็บเงินรักษาตัวเอง

  • เงินยังเป็นทรัพย์สินของเรา หากไม่ได้ใช้รักษาตัวก็สามารถนำไปใช้เรื่องอื่นได้

  • มีความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายตามความจำเป็น

  • ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ

  • สามารถนำเงินไปฝากหรือลงทุนตามความเหมาะสมได้

ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

  • ต้องใช้เวลาในการสะสมเงิน

  • หากเจ็บป่วยก่อนมีเงินครบตามเป้าหมาย เงินสำรองอาจไม่เพียงพอ

  • หากมีค่ารักษาพยาบาลสูง อาจต้องนำเงินเกษียณหรือเงินสำหรับเป้าหมายอื่นมาใช้

  • เงินที่เก็บไว้อาจสูญเสียกำลังซื้อเมื่อค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นตามเวลา

ดังนั้น การเก็บเงินเองจึงเหมาะกับผู้ที่มีวินัยในการออม มีเงินสำรองเพียงพอ และสามารถรับความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้

2. ซื้อประกันสุขภาพ คืออะไร?

ประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลตามความคุ้มครอง วงเงิน และเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

แทนที่จะต้องรับภาระค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไขด้วยเงินของตัวเองทั้งหมด ผู้เอาประกันสามารถใช้สิทธิเรียกร้องผลประโยชน์จากบริษัทประกันภัยได้ตามข้อกำหนดของกรมธรรม์

ข้อดีของการซื้อประกันสุขภาพ

  • ช่วยบริหารความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่

  • ไม่จำเป็นต้องรอสะสมเงินให้ครบเท่ากับวงเงินความคุ้มครองก่อน

  • ช่วยรักษาเงินเก็บสำหรับเป้าหมายอื่น เช่น บ้าน การศึกษาบุตร หรือวัยเกษียณ

  • สามารถเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับงบประมาณและความต้องการได้

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ต้องจ่ายเบี้ยประกันตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

  • มีข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย และเงื่อนไขการรับประกันที่ต้องตรวจสอบ

  • การจ่ายผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองและวงเงินของแผน

  • เบี้ยประกันอาจเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ อายุ หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเลือกประกันจากราคาเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาวงเงิน ความคุ้มครอง และความสามารถในการจ่ายเบี้ยในระยะยาวด้วย

3. ถ้าต้องจ่ายค่ารักษา 500,000 บาท ต้องเตรียมเงินอย่างไร?

ลองดูตัวอย่างการวางแผนเงินสำรองค่ารักษาพยาบาล โดยสมมติว่าต้องการสะสมเงินให้ได้ 500,000 บาท และยังไม่คิดดอกผลหรือผลตอบแทนจากการลงทุน

เงินออมต่อเดือนระยะเวลาที่ใช้โดยประมาณ
2,000 บาท20 ปี 10 เดือน
3,000 บาท13 ปี 11 เดือน
5,000 บาท8 ปี 4 เดือน
10,000 บาท4 ปี 2 เดือน

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า การสร้างเงินสำรองต้องใช้เวลา และระยะเวลาจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ออมได้จริง

หากเกิดเหตุเจ็บป่วยก่อนที่เงินจะสะสมครบตามเป้าหมาย เราอาจต้องใช้เงินส่วนอื่นมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล

ในทางกลับกัน หากมีประกันสุขภาพที่เริ่มให้ความคุ้มครองแล้ว และการรักษานั้นเข้าเงื่อนไขของกรมธรรม์ บริษัทประกันอาจช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เราเก็บเงินครบ 500,000 บาทก่อน

อย่างไรก็ตาม วงเงินความคุ้มครองไม่ใช่เงินสดที่ผู้เอาประกันจะได้รับโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าประกันจะจ่ายค่ารักษาทุกกรณี

4. เปรียบเทียบเก็บเงินเองกับซื้อประกันสุขภาพ

หัวข้อเก็บเงินเองซื้อประกันสุขภาพ
การเตรียมเงินต้องสะสมเงินล

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม