อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีไหม? รายได้จากรีวิว โฆษณา และออนไลน์ ต้องรู้ก่อนยื่นภาษี


 

อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีไหม? รายได้จากรีวิว โฆษณา และออนไลน์ ต้องรู้ก่อนยื่นภาษี

ทุกวันนี้การเป็น Influencer, Creator, YouTuber, TikToker หรือเจ้าของเพจ สามารถสร้างรายได้ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างรีวิวสินค้า ค่าจ้างทำคอนเทนต์ รายได้จากโฆษณา รายได้จากแพลตฟอร์ม หรือแม้แต่สินค้าที่ได้รับจากแบรนด์

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ

“อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีไหม?”

คำตอบคือ โดยทั่วไป หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย ก็มีหน้าที่ต้องนำรายได้มาพิจารณาเพื่อยื่นภาษี ไม่ว่าจะได้รับรายได้จากงานออนไลน์หรือมีงานประจำควบคู่กันก็ตาม


รายได้ของอินฟลูเอนเซอร์มีอะไรบ้าง?

กรมสรรพากรระบุรูปแบบรายได้ของ Influencer ไว้หลายลักษณะ เช่น

  • 💰 รายได้จากการรีวิวสินค้า
  • 📢 ค่าจ้างโฆษณา
  • 🎬 ค่าจ้างทำคอนเทนต์
  • 🎤 ค่าจ้างออกงานหรือโชว์ตัว
  • ▶️ รายได้จากแพลตฟอร์ม เช่น YouTube
  • 🛍️ รายได้จากการขายสินค้าและบริการ
  • 🎁 ของสมนาคุณหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงาน

ดังนั้น ไม่ควรคิดเฉพาะ “เงินที่โอนเข้าบัญชี” เท่านั้น เพราะลักษณะของรายได้และผลประโยชน์ที่ได้รับต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ภาษีด้วย


มีงานประจำด้วย แล้วรับงานรีวิว ต้องเสียภาษีไหม?

ต้องนำมาพิจารณารวมกันครับ

ตัวอย่างเช่น

👨‍💼 เงินเดือนจากบริษัท = 40,000 บาท/เดือน
📱 รายได้จากรีวิว = 20,000 บาท/เดือน

รายได้จากการทำ Influencer ไม่ได้แยกออกจากรายได้อื่นโดยอัตโนมัติ หากมีเงินได้หลายทาง ต้องนำเงินได้ที่เกี่ยวข้องมาพิจารณารวมในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้น คนที่มีเงินเดือนและรับงานรีวิวเป็นรายได้เสริมก็ควรจัดเก็บข้อมูลรายได้ทั้งสองส่วนให้เป็นระบบ


รับรีวิวสินค้า 10,000 บาท ต้องเสียภาษี 10,000 บาทเลยไหม?

ไม่ใช่ครับ

การคำนวณภาษีไม่ได้หมายความว่าได้รับเงิน 10,000 บาทแล้วต้องนำ 10,000 บาทไปเสียภาษีทั้งหมดทันที

โดยหลักต้องพิจารณาประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และเงินได้สุทธิตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างง่าย ๆ

รายได้ → หักค่าใช้จ่ายตามสิทธิ → หักค่าลดหย่อน → เงินได้สุทธิ → คำนวณภาษี

เพราะฉะนั้นการวางแผนตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก


ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร?

เวลารับงานจากบริษัทหรือแบรนด์ บางกรณีผู้ว่าจ้างอาจมีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย ก่อนจ่ายเงินให้เรา

ตัวอย่างเช่น กรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับการรับจ้างรีวิวสินค้า โปรโมตแบรนด์ หรือทำคอนเทนต์ออนไลน์ โดยอัตราที่เกี่ยวข้องขึ้นอยู่กับลักษณะของเงินได้และเงื่อนไขของผู้จ่ายเงิน

ดังนั้น หากได้รับเอกสารหัก ณ ที่จ่าย ควรเก็บไว้ให้ครบ เพราะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นภาษีได้


แล้วถ้าได้รับ “ของฟรี” จากแบรนด์ล่ะ?

นี่เป็นอีกเรื่องที่ Influencer ควรระวัง

เช่น แบรนด์ส่ง

📱 โทรศัพท์
💻 คอมพิวเตอร์
👗 เสื้อผ้า
👜 กระเป๋า
🏨 ที่พัก
✈️ ตั๋วเครื่องบิน

เพื่อให้ Influencer ทำคอนเทนต์หรือรีวิว

กรณีลักษณะนี้ไม่ควรสรุปเองว่า “ไม่ได้รับเงินสด = ไม่มีภาษี”

เพราะกรมสรรพากรระบุถึงรายได้จากรีวิวสินค้า การรับจ้างโฆษณา และ ของสมนาคุณ เป็นประเด็นที่ Influencer ควรทำความเข้าใจเรื่องภาษีโดยเฉพาะ

หากเป็นของที่มีมูลค่าสูง ควรตรวจสอบลักษณะของการได้รับและเงื่อนไขของงานให้ชัดเจน


อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีอัตราเท่าไหร่?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น อัตราก้าวหน้า

โดยเงินได้สุทธิจะถูกคำนวณตามขั้นอัตราภาษี ตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 35% สำหรับส่วนของเงินได้สุทธิที่อยู่ในแต่ละขั้น

ดังนั้น

ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีรายได้สูงแล้วรายได้ทั้งหมดจะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงสุด

แต่จะคำนวณตามขั้นของเงินได้สุทธิ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการวางแผนภาษีจึงสำคัญสำหรับ Creator ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


5 สิ่งที่ Influencer ควรทำตั้งแต่วันนี้

1. แยกบัญชีรายได้

หากเป็นไปได้ ควรแยกบัญชีที่ใช้รับรายได้จากงาน Creator ออกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้ตรวจสอบรายรับได้ง่าย

2. เก็บหลักฐานทุกงาน

เก็บ

  • ใบเสนอราคา
  • สัญญาจ้าง
  • ใบแจ้งหนี้
  • สลิปการโอนเงิน
  • หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
  • หลักฐานค่าใช้จ่าย

ไว้ให้เป็นระบบ

3. บันทึกรายได้ทุกช่องทาง

อย่ารอถึงปลายปีแล้วค่อยรวบรวม เพราะ Influencer อาจมีรายได้จากหลายแพลตฟอร์ม

4. วางแผนค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายบางประเภทอาจเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ แต่การหักค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปตามประเภทเงินได้และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

5. อย่ารอให้ถึงวันยื่นภาษี

เมื่อรายได้เริ่มเพิ่มขึ้น ควรวางแผนตั้งแต่ต้นปี เพราะจะช่วยให้รู้ว่าในแต่ละเดือนควรเตรียมเงินไว้สำหรับภาษีประมาณเท่าไร


Influencer มือใหม่ควรเริ่มวางแผนภาษีอย่างไร?

ลองทำตารางง่าย ๆ ทุกเดือน

รายการจำนวน
รายได้จากรีวิว30,000 บาท
รายได้ YouTube10,000 บาท
รายได้ TikTok5,000 บาท
รายได้อื่น ๆ5,000 บาท
รายได้รวม50,000 บาท

จากนั้นเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายและเอกสารที่เกี่ยวข้องเอาไว้

เมื่อถึงเวลายื่นภาษี จะสามารถนำข้อมูลมาพิจารณาได้ง่ายขึ้น


สรุป: อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีไหม?

ต้องพิจารณาครับ

หาก Influencer มีรายได้จากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น

📱 รีวิวสินค้า
🎬 ทำคอนเทนต์
📢 รับโฆษณา
▶️ รายได้จากแพลตฟอร์ม
🎤 รับงานออกอีเวนต์
🛍️ ขายสินค้า

ควรศึกษาว่ารายได้นั้นเข้าลักษณะใดและมีหน้าที่ทางภาษีอย่างไร

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ามองว่าภาษีเป็นเรื่องที่ค่อยจัดการตอนสิ้นปี

เพราะยิ่งรายได้หลายทางมากขึ้น การจัดระบบรายได้และเอกสารตั้งแต่ต้นก็ยิ่งสำคัญ

ทำคอนเทนต์เก่งแล้ว อย่าลืมวางแผนภาษีให้เป็นด้วย

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล กรณีมีรายได้หลายประเภท รายได้จากต่างประเทศ หรือได้รับทรัพย์สิน/ของสมนาคุณมูลค่าสูง ควรตรวจสอบรายละเอียดกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบ

Meta Description

อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีไหม? ทำความเข้าใจรายได้จากรีวิวสินค้า โฆษณา YouTube TikTok ของสมนาคุณ และวิธีเตรียมตัววางแผนภาษีสำหรับ Creator

ป้ายกำกับ Blogger

ภาษี, อินฟลูเอนเซอร์, Influencer, Content Creator, ภาษีออนไลน์, TikTok, YouTuber, รีวิวสินค้า, วางแผนภาษี, การเงินส่วนบุคคล

ข้อมูลภาษีสำหรับ Influencer จากกรมสรรพากร

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม