เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะต้องเสียภาษี?
เป็นคำถามที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนสงสัย
บางคนเข้าใจว่า
เงินเดือนเกิน 20,000 บาท ต้องเสียภาษีแล้ว
หรือบางคนคิดว่า
ถ้าเงินเดือนยังไม่ถึง 30,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี
แต่ความจริง ไม่มีตัวเลขเงินเดือนเพียงตัวเดียวที่ตอบได้กับทุกคน
เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้ดูแค่เงินเดือน แต่ดูจาก เงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว
กรมสรรพากรกำหนดให้เงินได้สุทธิส่วนแรกไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ได้รับยกเว้นภาษี และส่วนที่เกินจะเข้าสู่อัตราภาษีแบบขั้นบันได
ก่อนรู้ว่าต้องเสียภาษีเท่าไร ต้องคำนวณอะไรบ้าง?
สำหรับมนุษย์เงินเดือน หลักการง่าย ๆ คือ
รายได้ทั้งปี
➖ หักค่าใช้จ่าย
➖ หักค่าลดหย่อนต่าง ๆ
= เงินได้สุทธิ
จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามขั้นภาษี
สำหรับเงินได้จากการจ้างแรงงานหรือเงินเดือน กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ถ้าไม่มีค่าลดหย่อนอื่นเลย เงินเดือนประมาณเท่าไรถึงเริ่มเสียภาษี?
ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ
เงินเดือน 20,000 บาท
รายได้ทั้งปี
20,000 × 12 = 240,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
เหลือ 140,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
เหลือเงินได้สุทธิ 80,000 บาท
ดังนั้นในตัวอย่างนี้ ยังไม่ต้องเสียภาษี
เงินเดือน 25,000 บาท
รายได้ทั้งปี
25,000 × 12 = 300,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
เหลือ 200,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
เหลือเงินได้สุทธิ 140,000 บาท
ในกรณีตัวอย่างนี้ ก็ยังอยู่ในช่วงเงินได้สุทธิที่ได้รับยกเว้นภาษี
เงินเดือน 30,000 บาท
รายได้ทั้งปี
30,000 × 12 = 360,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
เหลือ 260,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
เหลือเงินได้สุทธิ 200,000 บาท
ส่วนแรก 150,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี
ส่วนที่เกิน 50,000 บาท จะเข้าสู่ขั้นภาษี 5%
ดังนั้นตัวอย่างนี้จะมีภาษีประมาณ 2,500 บาทต่อปี ก่อนพิจารณาค่าลดหย่อนอื่น ๆ
สรุปง่าย ๆ เงินเดือนประมาณไหนเริ่มมีโอกาสเสียภาษี?
หากเป็นมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ไม่มีค่าลดหย่อนพิเศษเพิ่มเติม การคำนวณแบบคร่าว ๆ จะพบว่า
| เงินเดือน | รายได้ต่อปี | ภาษีโดยประมาณ* |
|---|---|---|
| 15,000 บาท | 180,000 บาท | อาจไม่เสีย |
| 20,000 บาท | 240,000 บาท | อาจไม่เสีย |
| 25,000 บาท | 300,000 บาท | อาจไม่เสีย |
| 30,000 บาท | 360,000 บาท | เริ่มมีภาษี |
| 40,000 บาท | 480,000 บาท | มีโอกาสเสียเพิ่มขึ้น |
| 50,000 บาทขึ้นไป | 600,000 บาทขึ้นไป | ควรวางแผนภาษี |
*เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้น โดยสมมติค่าลดหย่อนส่วนตัวและยังไม่รวมปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น ประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ คู่สมรส บุตร บิดามารดา และสิทธิอื่น ๆ
แล้วอัตราภาษีคิดอย่างไร?
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น ภาษีแบบขั้นบันได
ไม่ได้หมายความว่า หากเงินเดือนเพิ่มขึ้นแล้ว รายได้ทั้งหมดจะถูกเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นทันที
อัตราภาษีหลัก ๆ คือ
| เงินได้สุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| ไม่เกิน 150,000 บาท | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 บาท | 5% |
| 300,001 – 500,000 บาท | 10% |
| 500,001 – 750,000 บาท | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 บาท | 30% |
| มากกว่า 5,000,000 บาท | 35% |
อัตราภาษีจะคิดเฉพาะส่วนของเงินได้ที่อยู่ในแต่ละขั้น ไม่ได้เอาเงินได้ทั้งหมดไปคูณด้วยอัตราสูงสุดของขั้นนั้น
ทำไมเงินเดือนเท่ากัน แต่บางคนเสียภาษีไม่เท่ากัน?
เพราะแต่ละคนมี ค่าลดหย่อนแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว
- ประกันสังคม
- คู่สมรสตามเงื่อนไข
- บุตร
- บิดามารดา
- ประกันชีวิต
- ประกันสุขภาพ
- เงินลงทุนเพื่อการเกษียณตามเงื่อนไข
- เงินบริจาค
ดังนั้น คนที่เงินเดือน 50,000 บาทเท่ากัน อาจเสียภาษีคนละจำนวนได้
คนหนึ่งอาจมีสิทธิลดหย่อนหลายรายการ
ในขณะที่อีกคนอาจมีเพียงค่าลดหย่อนส่วนตัว
ตัวอย่าง: เงินเดือน 50,000 บาท ต้องเสียภาษีเท่าไร?
สมมติว่า
เงินเดือน 50,000 บาท × 12 เดือน
= 600,000 บาทต่อปี
หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
เหลือ 500,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
เหลือเงินได้สุทธิ 440,000 บาท
การคิดภาษีแบบขั้นบันไดคือ
150,000 บาทแรก → ยกเว้น
150,000 บาทถัดมา → 5% = 7,500 บาท
140,000 บาทถัดมา → 10% = 14,000 บาท
รวมภาษีประมาณ 21,500 บาท
แต่ถ้ามีสิทธิลดหย่อนอื่น เช่น ประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือสิทธิครอบครัว ภาษีที่ต้องจ่ายก็อาจลดลงได้ตามเงื่อนไข
อย่ารอเงินเดือนสูงแล้วค่อยวางแผนภาษี
หลายคนเริ่มสนใจภาษีก็ตอนที่บริษัทเริ่มหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใกล้สิ้นปีแล้ว
แต่จริง ๆ แล้วการวางแผนที่ดีควรเริ่มตั้งแต่เรามีรายได้
เพราะเราจะได้รู้ว่า
รายได้ของเราอยู่ประมาณไหน
ปีนี้มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง
จำเป็นต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่
ควรวางแผนเงินเกษียณอย่างไร
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรซื้อประกันหรือลงทุนเพียงเพราะต้องการลดภาษี
แต่ควรเลือกสิ่งที่เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง แล้วใช้สิทธิทางภาษีที่มีให้เกิดประโยชน์อย่างถูกต้อง
สรุป: เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี?
คำตอบคือ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่มีเพียงค่าลดหย่อนพื้นฐาน การคำนวณแบบคร่าว ๆ อาจเริ่มมีภาษีเมื่อเงินเดือนอยู่แถว ๆ 26,000–30,000 บาทต่อเดือน แต่ตัวเลขจริงของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
ดังนั้น หากเริ่มมีรายได้สูงขึ้น การเข้าใจเรื่องภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เราวางแผนเงินได้ดีขึ้น และไม่ต้องมานั่งกังวลเมื่อถึงเวลายื่นภาษี
จำไว้ว่า การวางแผนภาษีที่ดี ไม่ใช่การหาวิธีหลีกเลี่ยงภาษี แต่คือการใช้สิทธิที่เรามีอย่างถูกต้องและเหมาะสม


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น