ดูแลพ่อแม่ ลดหย่อนภาษีได้อย่างไร? เช็กเงื่อนไขก่อนใช้สิทธิสูงสุด 60,000 บาท
ดูแลพ่อแม่อยู่ ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?
หลายคนอาจกำลังส่งเงินให้พ่อแม่ทุกเดือน ดูแลค่ากินอยู่ ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า หากเข้าเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด เราสามารถนำบิดาและมารดามาหักลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาท
หากเข้าเงื่อนไขทั้งพ่อและแม่ ก็สามารถลดหย่อนได้รวมสูงสุด 60,000 บาท
แต่ไม่ใช่เพียงแค่ส่งเงินให้พ่อแม่แล้วจะใช้สิทธิได้ทันที เพราะยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องตรวจสอบ
1. พ่อหรือแม่ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
เงื่อนไขแรกคือ บิดาหรือมารดาที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษี ต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร
ดังนั้น หากพ่ออายุ 62 ปี แต่งานยังทำอยู่ ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าใช้สิทธิได้หรือไม่ได้ ต้องดูเงื่อนไขเรื่องรายได้ร่วมด้วย
2. พ่อหรือแม่ต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญคือ บิดาหรือมารดาต้องมี เงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท
หากมีเงินได้เกินเกณฑ์ดังกล่าว ก็อาจไม่สามารถนำบุคคลนั้นมาหักลดหย่อนในฐานะบิดามารดาได้
ดังนั้น ก่อนยื่นภาษี ควรตรวจสอบให้ดีว่าตลอดปี พ่อหรือแม่มีรายได้จากแหล่งใดบ้าง
3. ต้องอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของเรา
ผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้ดูแลหรืออุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ก็สามารถใช้สิทธิได้ หากเข้าเงื่อนไขอื่นครบถ้วน
เช่น
- คุณทำงานอยู่กรุงเทพฯ
- พ่อแม่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด
- คุณส่งเงินหรือช่วยดูแลค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่
หากเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด ก็ยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
4. ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
จำนวนสิทธิที่ได้รับคือ
ดูแลพ่อ ลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท
ดูแลแม่ ลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท
หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองคน จะลดหย่อนได้รวม
60,000 บาท
แต่ต้องเข้าใจว่า 60,000 บาทนี้คือจำนวนเงินที่นำไปหักออกจากเงินได้สุทธิ ไม่ใช่เงินคืนภาษี 60,000 บาท
จำนวนภาษีที่ประหยัดได้จริง จะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน
ตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติว่า คุณมีเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว และอยู่ในฐานภาษี 20%
หากคุณสามารถใช้สิทธิลดหย่อนพ่อและแม่รวม 60,000 บาท
60,000 × 20%
เท่ากับอาจช่วยลดภาษีได้ประมาณ 12,000 บาท
ดังนั้น คนที่อยู่ในฐานภาษีสูง ก็จะได้รับประโยชน์จากการวางแผนค่าลดหย่อนมากขึ้น
ถ้ามีพี่น้องหลายคน ใครใช้สิทธิได้?
นี่เป็นอีกเรื่องที่หลายครอบครัวเข้าใจผิด
หากพ่อหรือแม่มีลูกหลายคน ไม่สามารถนำพ่อหรือแม่คนเดียวกันไปลดหย่อนภาษีพร้อมกันทุกคนได้
สำหรับบิดาหรือมารดา 1 คน จะให้บุตรที่มีหลักฐานรับรองเป็นผู้ใช้สิทธิได้ เพียง 1 คนต่อ 1 ปีภาษี
ตัวอย่างเช่น
พ่อและแม่มีลูก 3 คน
อาจตกลงกันว่า
- ลูกคนที่ 1 ใช้สิทธิลดหย่อนพ่อ 30,000 บาท
- ลูกคนที่ 2 ใช้สิทธิลดหย่อนแม่ 30,000 บาท
หรือหากคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ดูแลหลัก ก็อาจใช้สิทธิทั้งพ่อและแม่รวม 60,000 บาท หากเข้าเงื่อนไขครบ
บุตรบุญธรรมใช้สิทธิหักลดหย่อนพ่อแม่บุญธรรมได้หรือไม่?
ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ผู้ใช้สิทธิต้องเป็น บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ของบิดาหรือมารดาที่นำมาใช้สิทธิ
ดังนั้น บุตรบุญธรรมไม่สามารถนำบิดามารดาบุญธรรมมาหักลดหย่อนในรายการนี้ได้
ต้องเตรียมเอกสารอะไร?
ผู้ใช้สิทธิควรมีหลักฐานรับรองการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หรือ แบบ ล.ย.03 ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด และต้องระบุเลขประจำตัวประชาชนของบิดาหรือมารดาในการยื่นแบบภาษี
หากมีพี่น้องหลายคน ควรตกลงกันให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ใช้สิทธิในปีภาษีนั้น เพื่อป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อน
นอกจากค่าดูแลพ่อแม่ ยังมีค่าประกันสุขภาพพ่อแม่ด้วย
นอกจากค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาแล้ว ผู้ที่จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้บิดาหรือมารดา อาจมีสิทธิได้รับการลดหย่อนตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร โดยหักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
จึงเป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนควบคู่กัน โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องดูแลค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพ่อแม่
สรุปเงื่อนไขลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่
ก่อนใช้สิทธิ ลองเช็ก 5 ข้อนี้
- พ่อหรือแม่อายุ 60 ปีขึ้นไป
- มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู
- ผู้ใช้สิทธิเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
- มีหลักฐานและข้อมูลสำหรับการใช้สิทธิตามที่กรมสรรพากรกำหนด
หากเข้าเงื่อนไขครบ
พ่อ ลดหย่อนได้ 30,000 บาท
แม่ ลดหย่อนได้ 30,000 บาท
รวมแล้วสูงสุด 60,000 บาท
การวางแผนภาษี ไม่ใช่แค่หาซื้ออะไรเพื่อลดหย่อน
หลายคนเริ่มคิดเรื่องภาษีในช่วงปลายปี แล้วรีบมองหาประกัน กองทุน หรือรายการลดหย่อนต่าง ๆ
แต่จริง ๆ แล้ว การวางแผนภาษีที่ดีควรเริ่มจากการสำรวจสิทธิที่เรามีอยู่แล้ว
บางคนมีพ่อแม่ที่ตนเองดูแลอยู่ทุกเดือน แต่ไม่เคยรู้ว่าสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีได้
การรู้สิทธิของตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงภาษี แต่คือ การวางแผนและใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ก่อนยื่นภาษีครั้งต่อไป ลองหยิบรายการนี้ขึ้นมาตรวจสอบดู เพราะการดูแลคนที่เรารัก อาจช่วยให้เราวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หมายเหตุ: ข้อมูลด้านภาษีมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณี ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ กรมสรรพากร ก่อนใช้สิทธิจริง



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น