วางแผนภาษีให้คุ้ม ไม่ใช่แค่ “ลดหย่อน” แต่ต้อง “ต่อยอด”
ปลายปีทีไร หลายคนเริ่มถามคำถามเดิม
“มีอะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง?”
แต่ความจริงแล้ว…
การวางแผนภาษีที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้ “เสียภาษีน้อยลง”
แต่ต้องทำให้ “เงินก้อนนั้นงอกเงย หรือคุ้มค่าที่สุด”
วันนี้มาดู 3 แนวคิดที่คนวางแผนเก่ง ๆ ใช้กัน 👇
1️⃣ ลดหย่อนแบบจำเป็น (พื้นฐานที่ทุกคนควรใช้)
รายการพื้นฐาน เช่น
-
ค่าลดหย่อนส่วนตัว
-
คู่สมรส
-
บุตร
-
ประกันสังคม
-
ดอกเบี้ยบ้าน
กลุ่มนี้คือ “สิทธิ์ที่ควรใช้เต็มก่อน”
เพราะเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่รัฐให้มาอยู่แล้ว
2️⃣ ลดหย่อนแบบป้องกันความเสี่ยง (คุ้ม 2 ต่อ)
กลุ่มนี้สำคัญมาก เพราะไม่ได้แค่ลดภาษี แต่ช่วยป้องกันความเสี่ยงด้วย เช่น
-
ประกันชีวิต
-
ประกันสุขภาพ
-
ประกันโรคร้ายแรง
-
ประกันบำนาญ
ข้อดีคือ
✔ ได้ความคุ้มครอง
✔ ลดภาษีได้
✔ สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว
ยกตัวอย่างง่าย ๆ
ถ้าคุณอยู่ฐานภาษี 20%
ทำประกันชีวิต 100,000 บาท
เท่ากับคุณ “ประหยัดภาษี” ได้ 20,000 บาท
แปลว่าเบี้ยที่จ่ายจริง เหลือผลกระทบสุทธิ 80,000 บาท
แต่ได้ความคุ้มครองหลักล้าน
นี่คือการใช้ภาษีให้ทำงานแทนเรา
3️⃣ ลดหย่อนแบบสร้างความมั่งคั่ง
เช่น
-
RMF
-
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
-
ประกันบำนาญ
-
กองทุน TESG / TESGX
กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่คิดยาว
เพราะเป็นการ “บังคับออม” พร้อมสิทธิ์ลดหย่อน
แทนที่จะจ่ายภาษีออกไปเฉย ๆ
เปลี่ยนมาเป็นเงินออมเพื่ออนาคตตัวเอง
สูตรคิดง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจ
รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
คำถามสำคัญคือ
คุณอยากให้เงินก้อนนั้น…
🔹 ไหลออกเป็นภาษีทั้งหมด
หรือ
🔹 เปลี่ยนเป็นความคุ้มครอง + เงินออมของตัวเอง
วางแผนก่อนสิ้นปี ดีกว่าแก้เกมปลายปี
หลายคนรอถึงเดือนธันวาคมแล้วค่อยคิด
ทำให้ตัดสินใจแบบรีบ ๆ
แต่คนที่วางแผนดี จะดูตั้งแต่ต้นปี
เพื่อจัดสรรงบให้เหมาะกับรายได้จริง
ถ้าคุณอยากคำนวณแบบละเอียดว่า
ควรลดหย่อนเท่าไหร่ถึงจะพอดี
ไม่เกินงบ และไม่เสียโอกาส
สามารถปรึกษาเพื่อวางแผนให้เหมาะกับฐานภาษีของคุณได้ครับ



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น